วิธีขับขี่ปลอดภัย เมื่อต้องผ่านแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟตามชนบท

traffic-g002886327_640.jpg

วิธีขับขี่ปลอดภัย เมื่อต้องผ่านแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟตามชนบท

ทางแยกชนบทนอกจากจะเป็นบริเวณที่มียวดยานพาหนะสัญจรเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมักไม่ค่อยมีสัญญาณไฟจราจร ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง้าน ซึ่งในครั้งนี้จะขอนำเสนอเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยเมื่อต้องผ่านทางแยก ดังนี้

  1. การหยุดหรือชะลอรถยนต์ แม้ว่าบริเวณทางแยกนั้น ๆ จะไม่มีสัญญาณไฟจราจรแต่การชะลอความเร็วของรถนั้นเป็นวิธีการขับขี่ปลอดภัยที่ควรกระทำเป็นอย่างมาก เพราะหากรถยนต์แต่ละทางแยกก็ล้วนแต่เร่งความเร็วก็ย่อมเป็นการง่ายที่จะเกิดอุบัติเหตุ ทั้งยังเป็นเรื่องยากที่ผู้ขับขี่จะมองเห็นรถที่วิ่งมาจากอีกทางได้ทัน เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ๆ นอกจากนี้หากผู้ขับขี่รถยนต์ต้องการที่จะเปลี่ยนเส้นทาง นอกจากชะลอความเร็วของรถแล้วยังควรเปิดไฟเลี้ยวบอกทิศทางที่ต้องการสัญจนไปก่อนที่จะถึงทางเลี้ยวด้วยระยะห่างจากทางแยกไม่น้อยกว่า 30 เมตร และการหยุดรถต้องระมัดระวังไม่ให้ตัวรถล้ำหน้าเส้นหยุดรถ ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นทึบขีดพาดผ่านเลนถนนบริเวณทางแยกด้วย
  2. หลีกเลี่ยงการแซงรถยนต์คันอื่น ๆ บริเวณทางแยก แนวทางการขับขี่ปลอดภัยนั้นคือหลีกเลี่ยงการแซงรถยนต์คันอื่น ๆ ในบริเวณทางโค้งที่มีรัศมีแคบ บริเวณที่มีการจราจรคับขันหรือเขตปลอดภัย บริเวณทางลาดชัน รวมถึงห้ามแซงภายในระยะ 30 เมตร ก่อนถึงบริเวณทางสำหรับข้ามถนน ทางร่วมทางแยก วงเวียนหรือเกาะกลางที่สร้างเอาไว้ รวมถึงทางเดินรถที่กำลังตัดข้ามทางรถไฟ โดยผู้ขับขี่สามารถแซงรถคันอื่นได้ เมื่อขับขี่ในบริเวณทางตรง ทางโล่ง ทางที่ไม่มีเส้นทึบกำหนด โดยควรใช้ความระมัดระวังในขณะแซง ใช้เลนขวาในการแซงด้วย

architecture-g163c8d2ec_640.jpg

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/photos/สถาปัตยกรรม-ท้องฟ้า-เมือง-4375114/

  1. หลีกเลี่ยงการจอดรถบริเวณทางแยก เนื่องจากบริเวณทางแยกนั้นมักเต็มไปด้วยยวดยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมา รวมถึงผู้คนที่กำลังข้ามถนนไปตามแยกต่าง ๆ การจอดรถในบริเวณดังกล่าวจึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และยังทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดได้ง่าย ยิ่งในกรณีที่กำลังขับขี่ข้ามทางแยกก็ยิ่งเป็นจังหวะที่ไม่ควรหยุดจอดรถ เพราะรถคันอื่น ๆ ที่ขับตามหลังมาอาจเบรคไม่ทันทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
  2. การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม การขับขี่รถยนต์ตามท้องถนนโดยเฉพาะตามทางชนบทที่มีรถสัญจรในปริมาณน้อยกว่าในเมือง ทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ละเลยที่จะขับขี่ปลอดภัยด้วยการใช้ความเร็วสูง ๆ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้ง่าย โดยเฉพาะในบริเวณทางแยกที่มักมีรถสัญจรอยู่มากมายหลายคัน ทำให้การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเพื่อความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ซึ่งระยะห่างที่ดีคือห่างตามความเร็วที่ขับขี่อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่นกรณีใช้ความเร็ว 80 กม.ต่อชั่วโมง ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าประมาณ 40 เมตร หรือใช้วิธีการนับเวลาในใจว่าหากรถใช้ความเร็วคงที่จะไปถึงรถคันหน้าภายในระยะเวลามากกว่า 3 วินาที เพื่อความปลอดภัยในกรณีที่ต้องหยุดรถอย่างกะทันหัน
  3. การเพิ่มแสงสว่างเมื่อจำเป็น ปัญหาหนึ่งทำให้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเพื่อขับขี่ปลอดภัยตามท้องถนนในชนบทก็คือแสงสว่างในช่วงกลางคืน หรือในเวลาที่ฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัด ก็ควรเปิดไฟหน้ารถหรือเพิ่มไฟสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และลดโอกาสการเกิดอุบัติในระหว่างที่กำลังขับขี่ผ่านทางแยกได้เป็นอย่างดี
  4. เคารพเครื่องหมายจราจร เครื่องหมายจราจรมีเอาไว้เพื่อให้อำนวยความสะดวกให้เกิดความปลอดภัยในระหว่างการขับขี่ ดังนั้นผู้ขับขี่จึงควรปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรที่มีบริเวณทางแยกอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นป้ายควบคุมความเร็ว ป้ายเตือนว่าใกล้แหล่งชุมชน หรือป้ายแจ้งให้หยุดมองทางก่อนสัญจร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในระหว่างผ่านทางแยกมากขึ้น

traffic-g582c8a3d3_640.jpg

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/photos/การจราจร-ทางแยก-จุดตัด-ถนน-เมือง-5053744/

การขับขี่ปลอดภัยคือการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัย เคารพในกฎจราจรและเพื่อนร่วมทาง เพื่อป้องกันการเกิดอันตราย ทั้งต่อผู้ขับขี่รถยนต์เอง เพื่อนร่วมทาง และทรัพย์สินต่าง ๆ บนท้องถนนนั่นเอง และนอกจากนั้นประกันรถยนต์ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้ขับขี่อุ่นใจได้ สามารถดูข้อมูลประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าได้ที่ Rabbit Care

Leave a Reply

Your email address will not be published.